สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคา วันที่ 12 ก.พ. 2569 เปิดตลาดทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง วันที่ 12 ก.พ. 2569 เปิดตลาด ราคาทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง จากราคาปิดเมื่อวานนี้
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง วันที่ 12 ก.พ. 2569 เปิดตลาด ราคาทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง จากราคาปิดเมื่อวานนี้
ทองคำแท่ง รับซื้อคืน 74,300.00 บาท/บาท ทองคำแท่ง ขายออก 74,500.00 บาท/บาททองคำ
ทองรูปพรรณ รับซื้อคืน 72,813.48 บาท/บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 75,300.00 บาท/บาททองคำ
- ทองครึ่งสลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 10,113 บาท
- ทอง 1 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 19,425 บาท
- ทอง 2 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 38,050 บาท
- ทอง 2 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 150,600 บาท
- ทอง 5 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 376,500 บาท
ทองคำในประเทศ อ้างอิงตลาดสปอตที่ 5,067.00 ดอลลาร์/ออนซ์ และอิงค่าเงินบาท 31.03 บาท/ดอลลาร์
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ได้วิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำและกลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนในปี 2569 โดยประเมินว่าราคาทองคำยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น (Bullish) แม้จะเผชิญกับความผันผวนในระยะสั้น
และถึงแม้ราคาทองคำในปัจจุบันซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 5,050 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่มองว่ายังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ถึงระดับ 5,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แม้ส่วนต่างกำไร (Upside) จากระดับปัจจุบันอาจดูไม่กว้าง เมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา แต่ปัจจัยพื้นฐานยังคงสนับสนุนอย่างแข็งแกร่ง
สำหรับกรอบแนวรับในกรณีที่ราคามีการปรับฐาน (Downside Risk) DBS ประเมินว่าราคาไม่น่าจะหลุดระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นจุดรับสำคัญในเชิงโครงสร้างราคา ณ ขณะนี้
ส่วนปัจจัยสำคัญที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น มาจากทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งยังคงมีประเด็นที่ต้องจับตา อย่างนโยบายดอลลาร์อ่อนค่า โดยคาดการณ์ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มดำเนินนโยบายกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งตามกลไกตลาดจะส่งผลให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ทองคำเพื่อสะสมมูลค่ามากขึ้น
รวมถึงการขาดดุลงบประมาณ เนื่องจากสัญญาณจากรัฐบาลใหม่ชี้ให้เห็นถึงความจริงจังที่ลดลงในการแก้ปัญหาการขาดดุล (Balance Sheet) และพร้อมที่จะใช้จ่ายเงินมากขึ้น ส่งผลกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์โดยตรง ขณะที่ ปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น ได้สร้างความสุ่มเสี่ยงต่อสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนทั่วโลกหันมาถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่สร้างความมั่นใจได้มากกว่าในภาวะผันผวน
ส่วนด้านการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) DBS ยังคงคำแนะนำตามหลักมาตรฐานสากล โดยให้มี ทองคำอยู่ในพอร์ตการลงทุนประมาณ 5-10% เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยมีคำแนะนำแยกตามประเภทนักลงทุน คือ สำหรับนักลงทุนระยะยาว ยังสามารถถือครองได้ต่อเนื่อง เนื่องจากภาพรวมใหญ่ยังเป็นทิศทางขาขึ้น ส่วนนักลงทุนระยะสั้น ควรเพิ่มความระมัดระวังอย่างสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้เลเวอเรจ (Leverage) หรือการซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากตลาดมีความผันผวนรุนแรง อาจเผชิญความเสี่ยงจากการถูกล้างพอร์ตได้ง่าย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB